dot
ค้นหารายการทัวร์

dot
คอลเซ็นเตอร์
รายการทัวร์ในทวีปเอเชีย
bulletทัวร์จีนChina
bulletทัวร์ญี่ปุ่น Japan
bulletทัวร์เกาหลีเหนือ North Korea
bulletทัวร์เกาหลีใต้ South Korea
bulletทัวร์ไต้หวัน Taiwan
bulletทัวร์ฮ่องกง Hong Kong
bulletทัวร์มาเก๊า Macao
bulletทัวร์เวียดนาม Viet Nam
bulletทัวร์บรูไน Brunei
bulletทัวร์มาเลเซีย Malaysia
bulletทัวร์พม่า Myanmar
bulletทัวร์ลาว Tour Lao
bulletทัวร์กัมพูชา Cambodia
bulletทัวร์อินเดีย India
bulletทัวร์ศรีลังกา Sri Lanka
bulletมองโกเลีย Mongolia
bulletทัวร์ภูฏาน Bhutan
bulletทัวร์ปากีสถาน Pakistan
bulletทัวร์เนปาล Nepal
bulletทัวร์ฟิลลิปปินส์Philippines
bulletทัวร์สิงค์โปร์ (Singapore)
bulletทัวร์อินโดนีเซีย Indonesia
bulletทัวร์คาซัคสถาน Kazakhstan
bulletทัวร์เติร์กเมนิสถาน Turkmenistan
bulletทัวร์อุซเบกิสถาน Uzbekistan
bulletทัวร์ทรานไซบีเรีย Tran siberia
bulletทัวร์จอร์เจีย Georgia
bulletทัวร์อาเซอร์ไบจัน Azerbaijan
bulletทัวร์อาร์เมเนีย Armenia
รายการทัวร์ในทวีปยุโรป
bulletทัวร์ยุโรป Tour Europe
bulletทัวร์ยุโรปตะวันออก East Europe
bulletทัวร์สแกนดิเนเวีย Scandinavia
bulletทัวร์ไอซ์แลนด์ - Iceland
bulletทัวร์กรีนแลนด์ Greenland
bulletทัวร์บอลติก Baltic
bulletทัวร์บอลข่าน Balkans
bulletทัวร์อังกฤษ Great Britain
bulletทัวร์รัสเซีย Russia
bulletทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ Switzerland
bulletทัวร์อิตาลี Italy
bulletทัวร์โรมาเนีย Romania
bulletทัวร์กรีซ Greece
bulletทัวร์โครเอเซีย Croatia
bulletทัวร์สเปน โปรตุเกส Spain-Portugues
bulletทัวร์ยูเครน Ukraine
bulletทัวร์มอนเตเนโกร Montenegro
bulletทัวร์บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนา
bulletทัวร์เซอร์เบีย Serbia
ทัวร์อเมริกา
bulletทัวร์อเมริกา America
bulletทัวร์แคนาดา Canada
bulletทัวร์อเมริกาใต้ South America
bulletทัวร์เม็กซิโก Mexico
bulletทัวร์คิวบา Cuba
bulletทัวร์ชิลี Chile
bulletทัวร์เอกวาดอร์ Ecuador
bulletทัวร์เปรู Peru
bulletทัวร์เวเนซูเอล่า Venezuela
รายการทัวร์ในทวีปออสเตรเลีย
bulletทัวร์ออสเตรเลีย Australia
bulletทัวร์นิวซีแลนด์ New Zealand
รายการทัวร์ในตะวันออกกลาง
bulletทัวร์คูเวต Kuwait
bulletทัวร์จอร์แดน Jordan
bulletทัวร์ซีเรีย Syria
bulletทัวร์ดูไบ Dubai
bulletทัวร์ตุรกี Turkey
bulletทัวร์บาห์เรน Bahrain
bulletทัวร์เยเมน Yemen
bulletทัวร์เลบานอน Lebanon
bulletทัวร์อิรัค Iraq
bulletทัวร์อิหร่าน Iran
bulletทัวร์อิสราเอล Israel
bulletทัวร์โอมาน Oman
รายการทัวร์ในทวีปแอฟริกา
bulletทัวร์แอฟริกา Tour Africa
bulletทัวร์แอฟริกาใต้ South Africa
bulletทัวร์แอลจีเรีย Algeria
bulletทัวร์อียิปต์ Egypt
bulletเอธิโอเปีย Ethiopia
bulletทัวร์กานา Ghana
bulletทัวร์เคนย่า Kenya
bulletทัวร์แทนซาเนีย Tazania
bulletทัวร์ลิเบีย Libya
bulletทัวร์มาลี Mali
bulletทัวร์โมรอคโค Morocco
bulletทัวร์โมซัมบิก Mozambique
bulletทัวร์ตูนีเซีย Tunisia
bulletทัวร์เซเนกัล Senegal
bulletทัวร์สวาซิแลนด์ Swaziland
bulletทัวร์ยูกันดา Uganda
ทัวร์เรือสำราญ
bulletเรือสำราญ Arcadia Cruises
bulletเรือสำราญ Celebrity Cruises
bulletเรือสำราญ Costa Cruise
bulletเรือสำราญ MSC Cruises
bulletเรือสำราญ Princess Cruise
bulletเรือสำราญ Royal Caribean
bulletเรือสำราญ Star Cruises
bulletทัวร์เรือสำราญทั่วโลก world cruises
bulletอโรซ่า AROSA
bulletอเวลอน AVALON
ขั้นตอนการจองทัวร์และการชำระเงิน
ค้นหาข้อมูล ก่อนเดินทาง
ข่าวเด่น ประจำวัน
dot

dot


Facebook utravel.in.th

Line ID UTRAVEL
Line ID :  u.travel

 

 

Rabat
MOROCCO

 

เวลาประเทศไทย THAILAND








 

 



ทัวร์โมรอคโคเพื่อสุขภาพ 5 ดาว ดีลักซ์ 10 วัน 7 คืน บิน ชั้นธุรกิจ

 ทัวร์โมรอคโค เที่ยวโมรอคโค แพคเกจทัวร์โมรอคโค ทัวร์สุขภาพ ยู แทรเวล วาเคชั่นส์ 

โดย คุณสิทธิชัย อุดมกิจธนกุล (คุณเส็ง) ผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโคกว่า 12 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004)

 

ทัวร์โมรอคโค เพื่อสุขภาพ เที่ยวโมรอคโค ระดับ วีไอพี VIP

ทัวร์สุขภาพโมรอคโคดีลักซ์ 10 วัน 7 คืน พักโรงแรมหรู 5 ดาว
บินชั้นธุรกิจ โดยอิทิฮัด แอร์เวย์ส (EY)

Tour Healthy Morocco Deluxe 10 Days 7 Nights by Business 
ที่นั่งบิสเนสคลาส Etihad Airways
เจาะลึกโมรอคโค สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย  นอนดูดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่า

TOUR CODE :  MC990910XZ

  บินชั้นธุรกิจ ถึงคาซาบลังก้า (เช้า)   บินออกจาก ราบัต (ค่ำ)    เที่ยวได้เต็มอิ่ม

 

  

ทัวร์โมรอคโค 10 วัน

  

อำนวยการทัวร์โดย คุณสิทธิชัย อุดมกิจธนกุล (เส็ง) ผู้บุกเบิกเส้นทางทัวร์โมรอคโคแบบเจาะลึกมากว่า 12 ปี
*** จุดเด่นของรายการทัวร์โมรอคโค ***

·       บินชั้นธุรกิจ ถึงคาซาบลังก้า (เช้า)– บินออกจาก ราบัต (ค่ำ) เที่ยวได้เต็มที่ โดย Etihad Airways

·       เส้นทางท่องที่ยวเป็นวงกลม เที่ยวครบเมืองสวย ชมธรรมชาติอันหลากหลาย ไม่วนรถไปมา

·       ชมเมืองสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งโมรอคโค ณ เมืองราบัต

·       สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค ที่บ้านเรือนที่ทาทาบด้วยสีฟ้าขาว “ เชฟ ชาอูน “

·       ตื่นตากับเมืองเฟส เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่ได้ชื่อว่าเมืองที่มีตรอกมากที่สุดในโลกถึง 9,400 ตรอก

·       มาราเกช (Marakesh) หรือ เมืองสีชมพู  ที่มีจัตุรัสอันเป็นกลิ่นอายอาหรับในสมัยโบราณที่ยังคงอยู่

·       นั่งรถม้า ชมเมืองมาราเกช ชมความงามของเมืองสีชมพูผ่านประสบการณ์หลังรถม้า

·       นั่งรถ 4 WD ตะลุยทะเลทรายซาฮาร่า สู่เมอร์ซูก้า Merzouga

·       พักค้างคืนและนอนดูดาวในทะเลทรายซาฮาร่า

·       ขี่อูฐ เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า ในทะเลทรายซาฮาร่า

·       พักโรงแรมมาตรฐาน ระดับ  5 ดาว โรงแรมมี WIFI

 

TOUR CODE :  MC990910XZ

กำหนดการเดินทาง ปี 2561

ตุลาคม

วันที่ 18 – 27 ตุลาคม 2561

ท่านละ   219,999 บาท

 

 

วันแรก

กรุงเทพฯ (Bangkok) – อาบู ดาบี (Abu Dhabi)

B-

L-

D-

17.00 น.

 

 
20.35 น.

สมาชิกพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอิน เคาน์เตอร์ Business Class สายการบินเอทิฮัท แอร์เวย์ส เคาน์เตอร์ Q ประตูทางเข้าที่ 8 เจ้าหน้าที่ คอยอำนวยความสะดวก และทำการเช็คอิน

บินสู่อาบูดาบี (Abu Dhabi)  โดยสายการบินอิทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่  EY 401 BKK AUH  2035 0010 (7.00 ช.ม)

เชิญเพลิดเพลินกับการบริการในชั้น Business Class  

 

วันที่สอง

อาบู ดาบี (Abu Dhabi) – คาซาบลังกา (Casablanca) – ราบัต(Rabat) – แทนเจียร์ (Tangier)

B-

L1

D1

00.10 น.

ถึงสนามบินอาบู ดาบี , สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์  พักเปลี่ยนอริยาบถและเปลี่ยนเครื่อง อิสระให้ท่่านได้ใช้บริการ Business Class Lounge ของสายการบินอิทิฮัด

02.45 น.

บินต่อ สู่เมืองคาซาบลังกา สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบิน EY 613 0230 AUH CMN 0230 - 0740  บินต่ออีกประมาณ 9.10 ชั่วโมง (รวมเวลาบิน และเปลี่ยนเครื่อง 18.30 ชม.)

08.35 น.

เครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค

(เวลาท้องถิ่นในประเทศโมรอคโค ช้ากว่าประเทศไทย 6 - 7 ช.ม.)  หลังผ่านตรวจคน

เข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่นแล้ว

เดินทางสู่เมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโค (ระยะทาง 115

กม.เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)

 

นำท่าน ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกา(ปู่) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน

ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตูและเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่

ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่

ไม่สำเร็จและพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร  

นำท่านชม ป้อมอูดายา (Oudayas Fortress) ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริม

มหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ เป็นป้อมที่สเปนสร้างขึ้นเมื่อสมัยที่

สเปนยึดครองโมรอคโค ด้านในมีสวนดอกไม้แบบสเปน และเป็น เมดิน่า  หรือชุมชนชาว

เมืองซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า-ขาว บรรยากาศริมทะเลคล้ายเมืองซานโต

รินี นับเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สำคัญของโมรอคโคในอดีตใช้ป้องกันข้าศึกจากการ

รุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและ ในยุคที่โจรสลัดชุกชุม 

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่เมืองแทนเจียร์ (Tangier) เป็นเมืองริมชายฝั่ง และเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก และอยู่ทางตอนใต้ของ ช่องแคบยิบรอลตาร์ปัจจุบันเมืองท่าแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของโมร็อกโคอีกด้วย นอกจากนี้แล้วเมืองแทนเจียร์ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ อีกทั้งรอบ ๆ ตัวเมืองยังมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม รวมไปถึงหาดทรายและผู้คนที่แสนจะเป็นมิตร ชมวิวช่องแคบยิบรอลต้า ที่คั่นแบ่งระหว่างทวีปยุโรป และ ทวีปแอฟริกา ตามตำนานเล่าว่า เป็นเพราะเทพเฮอร์คิวลิส ที่ต้องการเดินทางผ่านไปยังสุดขอบตะวันตกจึงยกแผ่นหินออกทำให้เกิดช่องแคบยิบรอลต้าขึ้น จากนั้นนำชม แกรนด์ ซัคโค (Grand Socco) หรือที่รู้จักกันว่า "บิ๊กสแควร์" จัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่า หรือย่านเมดินา ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเมืองแทนเจียร์ อีกทั้งยังถือว่าเป็นตลาดหลักของเมืองอีกด้วย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ ที่โรงแรม

 

 

พักที่ โรงแรม CESAR HOTEL (TANGIER)  ระดับ 5 * หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สาม

แทนเจียร์ (Tangier) – เชฟชาอูน (Chefchaouen) - เฟส (Fes)

B1

L2

D2

เช้า

รับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์

นำท่านเดินทางต่อ สู่ นครสีฟ้า  เชฟชาอูน (Chefchaouen)  เมืองที่ได้ชื่อว่า “ มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโค “ แม้ว่าโมรอคโคจะเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา แต่เพราะการที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำให้ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนคล้ายตอนใต้ของอิตาลีและ สเปน เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 540 ปี ในอดีตก่อนที่โมรอคโคจะได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมดในปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย อากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองเชฟชาอูนได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค  ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว ซึ่งจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนมิรู้ลืม

นำท่านเดินชมเมืองเชฟชาอูน   เมืองที่ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ ประกอบกับอากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค  ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว แห่งนี้ทีเดียว

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านออกเดินทางสู่เมือง เมคเนส (Meknes) (ระยะทาง 195 กม. ใช้เวลาเดินทาง

ประมาณ 3.30 ชม.)  แวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส  (Roman city of Volubilis)

ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยัง

คงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต อดีตเมืองโบราณ

แห่งจักรวรรดิโรมันแห่งนี้มีความสำคัญยิ่งในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็น

เมืองร้างในศตวรรษที่ 11 เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี

..1997

ผ่านชมเมือง มูเล่ ไอดริส (Moulay Idriss) เมืองโรมันโบราณเมืองหนึ่งที่เป็นเมือง

ศูนย์กลางทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆ ปี ช่วงเดือนสิงหาคม

ถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา

 

เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย  เมคเนส (Meknes) หนึ่งในเมือง

มรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค..1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล

อิสมาอิล (Mouley  Ismail)  แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty)  ได้ชื่อว่าเป็น

กษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17  ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำ

ไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณ

ต่างๆ  มี กำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง

7 ประตู แวะชม ประตูบับมันซู  (Bab Mansour  Monumental Gate) เป็นประตูที่ได้ชื่อ

ว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสคและกระเบื้องกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด

 

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองเฟส (Fes) ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือก

เขารีฟซึ่งเฟสเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีเสน่ห์อันน่าประทับใจนำท่านเดิน

ทางสู่ เมืองเฟส (Fes) (ระยะทาง 82 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชม.) เมืองหลวงเก่า

ในศ.ต. ที่ 8 ที่มีความความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาตั้งแต่ยุค ศตวรรษ ที่ 8

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ ที่โรงแรม

 

 

พักที่ โรงแรม PALAIS FARAJ SUITES & SPA  ระดับ  5* หรือเทียบเท่า

 

 

วันที่สี่

เฟส (Fes)

B2

L3

D3

เช้า

รับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์

 

นำท่านชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่ง เป็นพ่อค้าผูกขาดการค้าเกลือ แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา(ประเทศอิสราเอล) คงเหลือประชากรชาวยิวอยู่ไม่มากนัก  จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟส  ผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913  ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 9,400 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็ก ๆ ที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ(Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่าบางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น  แวะชมสุสานของกษัตริย์ มูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยชายชาวมุสลิมจะมาขอพรก่อนการเข้าสุหนัตและหญิงสาวชาวมุสลิมมักจะมาขอพรเพื่อให้ได้บุตร  ชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque)ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) ชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณประจำเมืองเฟส (Chouara Tannery) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้  เมืองเฟส จึงเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

 

นำท่านข้าสู่เมืองเก่าเฟส ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ชมร้านทองเหลือง ซึ่งช่างฝีมือที่ทำทองเหลืองเป็นช่างที่ได้รับการถ่ายทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หลายชั่วอายุคน ในอดีตช่างฝีมือ และ ช่างหัตถกรรมเหล่านี้ ได้สร้างสรรค์ผลงานอันวิจิตรงดงาม  ในแคว้น อัล อันดาลูซ ประเทศสเปน เมื่อครั้งที่ชาวโมรอคคันเบอร์เบอร์ปกครองแคว้น อัล อันดาลูซ ของสเปน และชมการผลิตโมเสค (Mosaic) และเครื่องใช้ที่ทำจากเซรามิค ชมกรรมวิธีการทำ ซิลิจ Zeilige ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาแต่ดั้งเดิม  ดังความงามได้ปรากฏจนเป็นที่เลื่องลือกันในประเทศสเปน โดยเฉพาะการปูกระเบื้องโมเสคที่ตัดและจัดลวดลายที่ละชิ้นหรือที่เรียกว่า ซิลลิจ  ได้อย่างลงตัว

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพที่โรงแรม

 

 

พักที่ โรงแรม PALAIS FARAJ SUITES & SPA  ระดับ  5* หรือเทียบเท่า

*** คืนนี้ กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้า และของใช้จำเป็น ใส่กระเป๋าเล็ก เพื่อใช้ในการค้างแรมในทะเลทรายซาฮาร่า ในคืนพรุ่งนี้ ***

                                                                       

 

 

วันที่ห้า

เฟส (Fes) – อิเฟรน (Ifrane) - มิเดลท์(Midelt) – แอร์ฟูด์ (Erfoud) –  เมอร์ซูก้า(Merzouga)

B3

L4

D4

เช้า

รับประทานอาหารเช้า พื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์  (พร้อมนำสัมภาระสำหรับค้างคืนในทะเลทราย แยกไว้ต่างหาก)

 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิเฟรน (Ifrane) (ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.)

อิเฟรน (Ifrane) เป็นเมืองพักตากอากาศบนความสูงกว่า 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน บ้างก็เรียกเมืองอิเฟรนว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค หรือ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมรอคโค” บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้ และทะเลสาบสวยงาม นำท่านเดินเล่นภายในเมืองและเก็บภาพบรรายากาศอันสวยงามอีกแห่งของโมรอคโค ถ่ายรูปกับอนุสรณ์สิงห์โตหิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนสิงห์โตตัวสุดท้ายที่ถูกล่าจนหมดไปจากเทือกเขาแห่งนี้  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง มิเดลท์ (Midelt)

กลางวัน

ä รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) เมืองในทะเลทรายซาฮาร่า (ระยะทาง

268 กม). ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.) ผ่านเมือง เออราชิดิยา (Errachidia)  เมืองที่

มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนของประเทศแอลจีเรีย เดินทางสู่

เมืองเอร์ฟูด์ (Erfoud) เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพ่อค้าที่เดินทางมาจากทาง

ตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดานในแอฟริกา 

นำท่านพร้อมสัมภาระ(ใบเล็ก) เดินทางโดยรถ 4x4 เข้าสู่ทะลทรายซาฮารา เมอร์ซูก้า (Merzouga) (ระยะทาง54 ก.ม. ใช้เวลา 45 นาที) ผ่านภูเขาหิน ที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิล ของหอย และ แมงกะพรุนโบราณ ในอดีต เมื่อประมาณ 350 ล้านปีก่อน  ดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลต่อมาเมื่อแผ่นดินผุดขึ้นมา จึงเกิดซากฟอสซิลขึ้นมากมาย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ ที่เมอร์ซูก้า

 

 

พักที่  MERZOUGA  LUXURY DESERT CAMP  หรือเทียบเท่า

 *** เชิญท่านเพลิดเพลินกับบรรยากาศยามค่ำคืนของทะเลทรายซาฮาร่า และชมดวงดาวบนท้องฟ้า ***

 

วันที่หก

มอร์ซูก้า (Merzouga) - ทินเฮียร์ (Tinerhir) – ทอดร้ากอร์จ(Todra Gorge)- วอซาเซท(Ouarzazate)

B5

L6

D6

เช้าตรู่

ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น       นำท่านขี่อูฐชมเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินทรายในทะเลทรายซาฮาร่า (ขี่อูฐ ท่านละ 1 ตัว)

 

 

ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เพราะฝนตกน้อยมาก และพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ หากมีสัตว์และพืชพันธุ์ใดที่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมาก เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องหาวิธีในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า  จากสภาพการไร้ฝนและอุณหภูมิที่ร้อนจัดในทะเลทรายมีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเหนือทะเลทราย เกือบเป็นศูนย์ตลอดปี ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ   ได้เวลานำท่านขี่อูฐกลับสู่โรงแรมที่พัก

เช้า

äรับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์

 

 

นำคณะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 (4WD) ออกจากทะเลทรายซาฮาร่า มุ่งหน้าสู่เมืองเอร์ฟูด์(Erfoud) เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ช เดินทางสู่เมืองทินเฮียร์ แวะชมโอเอซิส Tinerhir ซึ่งเป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย ที่ยังมีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์ โอเอซิสแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากเมืองวอซาเซท ผ่านหุบเขาดาเดดส์ (Dades) ซึ่งเป็นแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ สวยงาม จากนั้นเดินทางสู่ทอดร้ากอร์จ (Todra Gorge) โกรกธารที่มีโขดผาสูง 985 ฟุต หรือ 300 เมตร ทั้งสองด้านที่เกือบตั้งทำมุมสามเหลี่ยมกับแม่น้ำโทดร้า ถือว่าเป็นโกรกธารและหุบเขาที่สวยที่สุดทางใต้ของโมรอคโค ชมความงดงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส โดยมี ลำน้ำใส ๆ ที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตา สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการเสี่ยงภัย

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางสู่เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองที่ถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.เม.ย.)) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขา  แอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว  วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และ

 

 

ความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน ก่อนถึงเมืองซอซาเซท แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุหลาบที่เมือง มากูน่า (M’Gouna) (เทศกาลกุหลาบจะจัดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคม)

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ ที่โรงแรม

 

 

พักที่ โรงแรม BERBER PALACE HOTEL ระดับ 5* หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ด

วอซาเซท(Ouarzazate) – มาราเกช (Marakech)

B6

L7

D7

เช้า

äรับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์

 

 

นำชมป้อมทาอูเริท (Kasbah Taourirt) พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) เป็นป้อม ดิน หรือ วังที่สร้างจากดิน ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องหับต่างๆจำนวนมากรวมถึงฮาเร็ม และที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเล็กๆอยู่ภายใน ในห้องต่าง ๆ ยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในป้อมทาอูเริทนี้ในอดีตมีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด  จากนั้นเดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่อาคารต่าง ๆสร้างจากดิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) โดยข้ามส่วนที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอตลาส ระหว่างทาง แวะถ่ายภาพทิวเขาและภาพถนนที่คดเคี้ยวบนเทือกเขาแอตลาส แวะชมสหกรณ์แม่บ้านเบอร์เบอร์ ซึ่งเป็นแหล่งผิลต น้ำมันอาร์กัน (Argan Oil) ให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาร์กันที่มีเชื่อเสียงอันที่รู้จักไปทั่วโลก จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง มาราเกช (Marakesh) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆที่นำสินค้าจากทางตอนใต้ ไปขายยังยุโรป และ นำสินค้าจากทางเหนือ ผ่านเทือกเขา ไฮแลตลาส ไปยังทะเลทราย ซาฮาร่า ไปยังตอนใต้ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงหลายราชวงส์ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11  ราชวงศ์อัลโมฮัด และ ราชวงศ์ซาเตียน  ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ 
นำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa El Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ

 

 

พักที่ โรงแรม SOFITEL HOTEL MARRAKECH  ระดับ  5* หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปด

มาราเกช (Marakech) – คาซาบลังกา(Casablanca)

B7

L8

D8

เช้า

รับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์

 

 

นำท่านไปชมสวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกช หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อน  ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้ที่สดใส ฉูดฉาด เช่นสีน้ำเงิน และสีส้ม เป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมการจัดวางพรรณไม้อันหลากหลาย แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงามและลงตัว

 

ชมสุเหร่า คูโตเบีย (Kutobia Mosque) เป็นสุเหร่า ที่มีหอคอยสูง ถึง 70 เมตร สร้างในสมัยราชวงศ์ อัลโมฮัด ซึ่งเป็นหอคอย 1 ใน สามพี่น้อง เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ถึงความยิ่งใหญ่ ในสมัยราชวงศ์นี้  ชมซากสุเหร่าซึ่งเป็นอนุสรณ์ แห่งความขัดแย้งของ 2 ลัทธิ ซึ่งมีมาในอดีต
นำท่านชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต  สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น สร้างขึ้นและตั้งชื่อวังตามชื่อของภรรยาคือ นางบาเฮีย ซี่งมีรูปโฉมที่งดงาม เป็นที่รักใคร่ยิ่งของท่านมหาอำมาตย์ พระราชวังแห่งนี้มีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) บนเพดานและบานประตูมีการวาดลายโดยใช้สีธรรมชาติบนไม้สนซีดาร์ และผนังประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก ชมสวนในบ้านซึ่งเป็นสไตล์ริยาด (Riad) ประกอบไปด้วยลานกลางบ้าน ซึ่งประดับด้วยน้ำพุ และสวนไม้ดอก ไม้ประดับ ตามสไตล์การแต่งบ้านแบบโมรอคโค

นำท่าน สัมผัสประสบการณ์ย้อนอดีต สู่ยุคโบราณ นั่งรถม้า ชมเมืองมาราเกช  เมืองที่ผู้มีชื่อเสียงจากทั่วโลก ต้องการมาอยู่ ณ เมืองแห่งนี้

ปัจจุบัน มาราเกช เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ 

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางสู่ 'คาซาบลังก้า'  (ระยะทาง 237 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.)
คำว่า 'คาซา' แปลว่า บ้าน และ 'บลังก้า' แปลว่า สีขาว คาซาบลังก้า เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโค' ด้วยซ้ำเพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้วยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน ถึงคาซาบลังก้า นำท่านช้อปปิ้งที่ห้าง Morocco Mall เป็นห้างที่บรรดาไฮโซ และเศรษฐี ในคาซาบลังก้า  นิยมมาจับจ่าย ซื้อสินค้าแบรนด์ดัง จากนั้นนั่งรถชมบรรยากาศ ริมมหาสมุทรแอตแลนติคยามค่ำคืน

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ

 

 

พักที่ โรงแรม HYATT REGENCY  HOTEL ระดับ  5* หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้า

คาซาบลังกา(Casablanca) – อาบูดาบี (Abu Dhabi) – กรุงเทพฯ (Bangkok)

B8

L9

D9

เช้า

äรับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์

 

 

ชมเมืองคาซาบลังก้า ผ่านย่านธุรกิจสำคัญ จัตุรัสสหประชาชาติ ผ่านชมย่านบ้านพักตากอากาศและวิวทิวทัศน์ริมมหาสมุทรแอตแลนติคซึ่งเป็นย่านที่เศรษฐีและผู้มีฐานะทางสังคมนิยมมาอยู่กันรวมถึงกษัตริย์ซาอุดิอารเบียก็มาสร้างพระราชวังไว้ที่เมืองคาซาบลังก้าแห่งนี้พร้อมทั้งมีมัสยิดและหอสมุดส่วนพระองค์  นำท่านชม บริเวณภายนอกของ สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 เป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง สามารถจุผู้คนที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาอิสลามได้ร่วม 80,000 คน โดยแยกเป็นภายในสุเหร่า 25,000 คน  ภายนอกสุเหร่าอีก 55,000 คน  ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว

กลางวัน

ä รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร

13.30 น.

นำท่านเดินทางสู่สนามบิน RABAT-SALE AIRPORT

18.15 น.

Qบินสู่อาบูดาบี (Abu Dhabi)  โดยสายการบินอิทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ EY 616 CMN AUH 1815-0550 (7.35 ชม.)

 

วันที่สิบ

กรุงเทพฯ (Bangkok)

B9

L-

D-

05.50 น.

ถึงสนามบินอาบู ดาบี , สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์  พักเปลี่ยนอริยาบถและเปลี่ยนเครื่อง อิสระให้ท่านได้ใช้บริการ Business Class Lounge ของสายการบินอิทิฮัด

08.55 น.

Qเดินทางต่อสู่เมืองไทย โดยสายการบิน อิทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่  EY 408   AUH BKK 0855 – 1805  (6.15 ชม.) 

18.05 น.

คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ II

*****************************************

 

 

โมรอคโคดีลักซ์ 10 วัน 7 คืน พักโรงแรมหรู 5 ดาว

บินชั้นธุรกิจ โดยอิทิฮัด แอร์เวย์ส (EY)

Tour Healthy Morocco Deluxe 10 Days 7 Nights by Business 

เจาะลึกโมรอคโค  สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย  นอนดูดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่า

TOUR CODE :  MC990910XZ

บินชั้นธุรกิจ ถึง คาซาบลังก้า (เช้า)– บินออกจาก ราบัต (ค่ำ) เที่ยวได้เต็มที่ โดยสายการบิน Etihad Airways

กำหนดการเดินทาง ปี 2561
โมรอคโคดีลักซ์ 10  วัน 7 คืน

ระดับที่พัก

พักห้องคู่

พักห้องเดี่ยวจ่ายเพิ่ม

เด็ก 3 – 11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน

ตุลาคม

วันที่ 18 – 27 ตุลาคม 2561

5 ดาว

219,999.-

25,500.-

209,999.-

           

 

 

อัตรานี้รวม

 ค่าตั๋วเครื่องบิน   ชั้นBUSINESS CLASS  โดยสารการบินอิทิฮัด แอร์เวย์ส (EY)

 โรงแรม ที่พัก ระดับ 5 ดาว  จำนวน 7 คืน

 ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ

 ค่ารถโค้ชปรับอากาศ ขนาด 48 ที่นั่ง

 บริการไกด์จากประเทศโมรอคโค  ภาษาอังกฤษ และหัวหน้าทัวร์คนไทยผู้ชำนาญเส้นทาง กรณีกรุ๊ป 20 ท่านขึ้นไป

  คุ้มครองอุบัติเหตุ 5,000,000 บาท  ค่ารักษาพยาบาลตามจริง ไม่เกิน 5,000,000 บาท ( สำหรับอายุ 76 ปีขึ้นไป คุ้มครอง ,500,000 บาท)

 ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ และน้ำดื่มระหว่างทัวร์ วันละ  3  ขวด

 ค่า อินเทอร์เน็ต ซิมการ์ด สำหรับทุกท่าน

 ค่าวีซ่าประเทศโมรอคโค

 ค่ารถ 4X4 (4WD) สู่ทะเลทรายซาฮาร่า

 ค่าขี่อูฐ ท่านละ 1 ตัว ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า (หากท่านไม่ประสงค์จะขี่อูฐ ไม่สามารถคืนเงินได้)

 

อัตรานี้ไม่รวม

 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด, โทรศัพท์-แฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ

 ค่าภาษีตั๋วและค่าผกผันนํ้ามันที่เรียกเก็บเพิ่มจากสายการบิน (ขึ้นอยูกับคานํ้ามันโลก)

 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

 

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง และ การชำระเงิน

1.    กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันก่อนการเดินทาง พร้อมชำระเงินจองงวดแรก  100,000 บาท / ท่าน และส่งมอบเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่าตามที่กำหนด

 (กรณีเป็นชาวต่างชาติ อาจจะต้องใช้เวลาในการยื่นขอวีซ่านานกว่าปกติ ประมาณ 1 เดือน)

2.    ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง  45 วัน  เนื่องจากจะต้องใช้ในการออกตั๋วเครื่องบินและเอกสารต่างๆ เพื่อยืนยันการเดินทาง ในการประกอบการพิจารณาวีซ่าของทางสถานทูต

***** เมื่อท่านจองทัวร์ และ ชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้ว *****

 

 

 

 

กรณียกเลิก
ยกเลิก 60 วัน            ก่อนการเดินทาง         หักค่ามัดจำ 100,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)

ยกเลิก 30-59 วัน        ก่อนการเดินทาง         หัก 75 %  ของราคาทัวร์ + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)     

ยกเลิก  1- 29 วัน        ก่อนการเดินทาง         บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าทัวร์เต็มจำนวน 100%

***ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100% ***

หมายเหตุ :   คณะส่วนตัว หรือ กรุ๊ปเหมา ไม่สามารถทำการยกเลิกได้ เนื่องจากเป็นคณะที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะกลุ่ม ต้องชำระเงิน 100 %

***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***

หมายเหตุ

1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง

 2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการ หรือเปลี่ยนแปลงราคาได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน, โรงแรมที่พัก, ภูมิอากาศ, ภัยธรรมชาติ, การก่อการร้าย, การนัดหยุดงาน ฯลฯ

3. เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน สายการบินล่าช้า ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ที่จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

4..เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี

5. ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู

6. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตฯเพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของสถานฑูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของเอกสารวีซ่า

7. หากสายการบินมีการยกเลิกเที่ยวบินหรือหากมีเหตุการณ์ประการใดที่เกิดขึ้นจากสายการบินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน้างานที่เกิดขึ้นจริง

**หมายเหตุ ** กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือความปลอดภัยเป็นหลัก และรายการ-ราคาทัวร์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสายการบินโดยจะยึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

 

ตั๋วเครื่องบิน
ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่บริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หากมีการยกเลิกการเดินทาง  (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น

โรงแรม- ห้องพัก – เต็นท์
ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรมมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้  หรือ อาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการได้  และบางโรงแรมไม่มีลิฟท์บริการ  ภายในห้องพักของโรงแรม ไม่มีกาต้มน้ำ และ ไม่มีน้ำดื่มไว้บริการ
ที่พักแบบเต็นท์  LUXURY TENT    ภายในเต็นท์ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีเพียงที่นอน หมอน และ ผ้าห่ม  มีห้องน้ำส่วนตัว
ในกรณีที่มีการจัดงานประชุม หรืองานเทศกาลตามฤดูกาล เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองหรือ ปรับเปลี่ยน ประเภทของโรงแรมที่พัก เพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน
เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน
10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
สำหรับน้ำหนักของกระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน ทางสายการบินอนุญาตให้น้ำหนัก 7  กิโลกรัม

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
*** กระเป๋าใบใหญ่ที่ต้องการโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องบิน ห้ามใส่  Power Bank ***
สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง ( 9.75 นิ้ว ) + ยาว ( 21.5 นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว )

การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย
ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำ ไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากกระเป๋าใหญ่เกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business)
ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่ รวมถึง
Powr Bank ด้วย เนื่องจากความปลอดภัย
กรณีกระเป๋าใบใหญ่ หรือ กระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการชำรุด หรือสูญหาย
ในระหว่างการท่องเที่ยว บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบหรือชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่านเอง

***** เมื่อท่านจองทัวร์ และ ชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น *****

เอกสารประกอบการขอวีซ่า Morocco

1.  หนังสือเดินทาง ต้องมีอายุเหลือการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทาง และต้องมีหน้าว่างเหลือสำหรับประทับตราวีซ่า และตราประทับเข้าประทับเข้า-ออกอย่างน้อย 2 หน้าเต็ม

2. รูปถ่าย ต้องเป็นรูปถ่ายหน้าตรงเป็นรูปสี ขนาด 3.5 x 4.5 ซ.ม. หน้าใหญ่เท่ากับรูปถ่ายในพาสปอร์ตของท่าน
ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน
2 ใบ และต้องเป็นรูปถ่ายที่มีพื้นหลังสีขาว เท่านั้น ทางสถานฑูตไม่รับพิจารณารูปถ่ายที่เป็นรูปสติ๊กเกอร์ หรือรูปพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ รูปโพลาลอยด์ และรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง หรือรูปที่นำมาตัดต่อ

3. หลักฐานการงาน

  กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ต้องแสดง สำเนา ใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางแสดงความเป็น  เจ้าของกิจการ เป็นกรรมการ หรือ หุ้นส่วน  (ไม่ต้องใช้ตัวจริง)

  ***** สำคัญมาก จะต้องเซ็นชื่อรับรองสำเนา และประทับตราบริษัทเป็นสำคัญ *****

กรณีเป็นพนักงาน ต้องมีหนังสือรับรองการทำงานจากทางบริษัท หรือหน่วยงานที่สังกัด มีข้อความระบุตำแหน่ง เงินเดือน รายได้  วันเริ่มทำงาน และช่วงเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาหยุดงาน เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และจะต้องประทับตราบริษัทรับรองเป็นสำคัญ

กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากทางโรงเรียน หรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ พร้อมตราประทับของทางโรงเรียน (เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) และสำเนาบัตรนักเรียน หรือบัตรนักศึกษา พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา

4. หลักฐานการเงิน

- หนังสือรับรองสถานะทางการเงินในชื่อของผู้เดินทาง จากทางธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมตราประทับจากทางธนาคาร **ย้ำ** ไม่สามารถใช้สำเนาบัญชี เงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

     กรณีที่มีผู้รับรองค่าใช้จ่ายให้

     - หนังสือรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชี และ ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองค่าใช้จ่าย ด้วย พร้อมจดหมายรับรองค่าใช้จ่าย ระบุถึงความสัมพันธ์

5.  สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน- สำเนาใบทะเบียนสมรส - สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล

***เอกสารที่เป็นสำเนา ไม่ต้องขีดคร่อม หรือเขียนทับบนหน้าเอกสาร****

สถานทูตโมรอคโค ไม่รับพิจรณาเอกสารที่ ขีดคร่อม หรือเขียนทับบนหน้าเอกสาร

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

 

โมรอคโคดีลักซ์ 10 วัน 7 คืน พักโรงแรมหรู 5 ดาว

บินชั้นธุรกิจ โดยอิทิฮัด แอร์เวย์ส (EY)

Tour Healthy Morocco Deluxe 10 Days 7 Nights by Business 

เจาะลึกโมรอคโค สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย.....นอนดูดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่า

บิน ชั้นธุรกิจ ถึง คาซาบลังก้า (เช้า)         Qบินออกจาก ราบัต (ค่ำ)      เที่ยวได้เต็มอิ่ม

TOUR CODE :  MC990910XZ

 

ดูโปรแกรมทัวร์โมรอคโค ท้ั้งหมด คลิก

 

ฟอร์มจองทัวร์  กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างนี้


ชื่อผู้จองทัวร์ :  *
หมายเลขโทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
จองโปรแกรมทัวร์ :  *
เดินทางวันที่ :  *
จำนวนผู้เดินทาง (ผู้ใหญ่) :
จำนวนผู้เดินทาง (เด็กอายุ 2 - 11 ปี) :
สิ่งที่ต้องการเป็นพิเศษ :



ทัวร์โมรอคโค เที่ยวโมรอคโคเจาะลึก กับผู้รู้จริง

ทัวร์โมรอคโค 10 วัน 7 คืน กับผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโคแบบเจาะลึกกว่า 12 ปี
ทัวร์โมรอคโค เพื่อสุขภาพ 10 วัน 7 คืน กับผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโคแบบเจาะลึก
ทัวร์แกรนด์โมรอคโค 12 วัน 9 คืน เพื่อสุขภาพ กับผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโคกว่า 12 ปี
ทัวร์โมรอคโค คลิปทัวร์โมรอคโค วีดีโอเที่ยวโมรอคโค วีดีโอท่องเที่ยวโมร็อกโก
โรงแรมโมรอคโค ริยาด ทัวร์เจาะลึกโมรอคโค
เมืองมรดกโลกโมรอคโค
ช็อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองโมรอคโค
อาหารโมรอคโค อาหารเพื่อสุขภาพโมรอคโค Healthey Food Morocco
สถานที่ท่องเที่ยว โมร็อคโค
ประวัติศาสตร์โมรอคโคแบบเจาะลึก