dot
ค้นหารายการทัวร์

dot
คอลเซ็นเตอร์
รายการทัวร์ในทวีปเอเชีย
bulletทัวร์จีนChina
bulletทัวร์ญี่ปุ่น Japan
bulletทัวร์เกาหลีเหนือ North Korea
bulletทัวร์เกาหลีใต้ South Korea
bulletทัวร์ไต้หวัน Taiwan
bulletทัวร์ฮ่องกง Hong Kong
bulletทัวร์มาเก๊า Macao
bulletทัวร์เวียดนาม Viet Nam
bulletทัวร์บรูไน Brunei
bulletทัวร์มาเลเซีย Malaysia
bulletทัวร์พม่า Myanmar
bulletทัวร์ลาว Tour Lao
bulletทัวร์กัมพูชา Cambodia
bulletทัวร์อินเดีย India
bulletทัวร์ศรีลังกา Sri Lanka
bulletมองโกเลีย Mongolia
bulletทัวร์ภูฏาน Bhutan
bulletทัวร์ปากีสถาน Pakistan
bulletทัวร์เนปาล Nepal
bulletทัวร์ฟิลลิปปินส์Philippines
bulletทัวร์สิงค์โปร์ (Singapore)
bulletทัวร์อินโดนีเซีย Indonesia
bulletทัวร์คาซัคสถาน Kazakhstan
bulletทัวร์เติร์กเมนิสถาน Turkmenistan
bulletทัวร์อุซเบกิสถาน Uzbekistan
bulletทัวร์ทรานไซบีเรีย Tran siberia
bulletทัวร์จอร์เจีย Georgia
bulletทัวร์อาเซอร์ไบจัน Azerbaijan
bulletทัวร์อาร์เมเนีย Armenia
รายการทัวร์ในทวีปยุโรป
bulletทัวร์ยุโรป Tour Europe
bulletทัวร์ยุโรปตะวันออก East Europe
bulletทัวร์สแกนดิเนเวีย Scandinavia
bulletทัวร์ไอซ์แลนด์ - Iceland
bulletทัวร์กรีนแลนด์ Greenland
bulletทัวร์บอลติก Baltic
bulletทัวร์บอลข่าน Balkans
bulletทัวร์อังกฤษ Great Britain
bulletทัวร์รัสเซีย Russia
bulletทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ Switzerland
bulletทัวร์อิตาลี Italy
bulletทัวร์โรมาเนีย Romania
bulletทัวร์กรีซ Greece
bulletทัวร์โครเอเซีย Croatia
bulletทัวร์สเปน โปรตุเกส Spain-Portugues
bulletทัวร์ยูเครน Ukraine
bulletทัวร์มอนเตเนโกร Montenegro
bulletทัวร์บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนา
bulletทัวร์เซอร์เบีย Serbia
ทัวร์อเมริกา
bulletทัวร์อเมริกา America
bulletทัวร์แคนาดา Canada
bulletทัวร์อเมริกาใต้ South America
bulletทัวร์เม็กซิโก Mexico
bulletทัวร์คิวบา Cuba
bulletทัวร์ชิลี Chile
bulletทัวร์เอกวาดอร์ Ecuador
bulletทัวร์เปรู Peru
bulletทัวร์เวเนซูเอล่า Venezuela
รายการทัวร์ในทวีปออสเตรเลีย
bulletทัวร์ออสเตรเลีย Australia
bulletทัวร์นิวซีแลนด์ New Zealand
รายการทัวร์ในตะวันออกกลาง
bulletทัวร์คูเวต Kuwait
bulletทัวร์จอร์แดน Jordan
bulletทัวร์ซีเรีย Syria
bulletทัวร์ดูไบ Dubai
bulletทัวร์ตุรกี Turkey
bulletทัวร์บาห์เรน Bahrain
bulletทัวร์เยเมน Yemen
bulletทัวร์เลบานอน Lebanon
bulletทัวร์อิรัค Iraq
bulletทัวร์อิหร่าน Iran
bulletทัวร์อิสราเอล Israel
bulletทัวร์โอมาน Oman
รายการทัวร์ในทวีปแอฟริกา
bulletทัวร์แอฟริกา Tour Africa
bulletทัวร์แอฟริกาใต้ South Africa
bulletทัวร์แอลจีเรีย Algeria
bulletทัวร์อียิปต์ Egypt
bulletเอธิโอเปีย Ethiopia
bulletทัวร์กานา Ghana
bulletทัวร์เคนย่า Kenya
bulletทัวร์แทนซาเนีย Tazania
bulletทัวร์ลิเบีย Libya
bulletทัวร์มาลี Mali
bulletทัวร์โมรอคโค Morocco
bulletทัวร์โมซัมบิก Mozambique
bulletทัวร์ตูนีเซีย Tunisia
bulletทัวร์เซเนกัล Senegal
bulletทัวร์สวาซิแลนด์ Swaziland
bulletทัวร์ยูกันดา Uganda
ทัวร์เรือสำราญ
bulletเรือสำราญ Arcadia Cruises
bulletเรือสำราญ Celebrity Cruises
bulletเรือสำราญ Costa Cruise
bulletเรือสำราญ MSC Cruises
bulletเรือสำราญ Princess Cruise
bulletเรือสำราญ Royal Caribean
bulletเรือสำราญ Star Cruises
bulletทัวร์เรือสำราญทั่วโลก world cruises
bulletอโรซ่า AROSA
bulletอเวลอน AVALON
ขั้นตอนการจองทัวร์และการชำระเงิน
ค้นหาข้อมูล ก่อนเดินทาง
ข่าวเด่น ประจำวัน
dot

dot


Facebook utravel.in.th

Line ID UTRAVEL
Line ID :  u.travel

 

 

Rabat
MOROCCO

 

เวลาประเทศไทย THAILAND








 

 



ทัวร์โมรอคโค 10 วัน อยู่ดี กินดี พัก5ดาว เที่ยวสนุก ได้สาระ ความรู้ กับ ผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโค แบบ เจาะลึก

 

ทัวร์โมรอคโค 10 วัน  7 คืน พัก 5 ดาว โดยสายการบิน อิทิฮัด แอร์เวย์ส (EY)

ทัวร์โมรอคโค  แพคเกจทัวร์โมรอคโค ทัวร์ตลาดบน อยู่ดี กินดี พัก 5 ดาว ทัวร์โมร็อกโก เที่ยวโมรอคโค สนุก ได้สาระความรู้ โดย คุณสิทธิชัย อุดมกิจธนกุล (คุณเส็ง) ผู้ชำนาญ ทัวร์โมรอคโค Tour Morocco แบบเจาะลึก กว่า 14 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) พร้อมทีมงานมืออาชีพ ในการทำทัวร์โมรอคโคแบเจาะลึก สัมผัสโมรอคโค ดินแดนฟ้าจรดทราย  นอนดูดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่า

 


 

TOUR CODE :  MC990610YZ

 ทัวร์โมรอคโค

 

 

 

อำนวยการทัวร์โดย คุณสิทธิชัย อุดมกิจธนกุล (เส็ง) ผู้บุกเบิกเส้นทางทัวร์โมรอคโคแบบเจาะลึกมากว่า 14 ปี

*** จุดเด่นของรายการทัวร์โมรอคโค ทัวร์โมร็อกโก ***

  •        บินเข้า คาซาบลังก้า (เช้า)บินออกจาก ราบัต (ค่ำ) เที่ยวได้เต็มที่ โดยสายการบิน Etihad Airways
  •        เส้นทางท่องที่ยวเป็นวงกลม เที่ยวครบเมืองสวย ชมธรรมชาติอันหลากหลาย ไม่วนรถไปมา
  •        ชมเมืองสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งโมรอคโค ณ เมืองราบัต
  •        สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค ที่บ้านเรือนที่ทาทาบด้วยสีฟ้าขาว “ เชฟ ชาอูน “
  •        ตื่นตากับเมืองเฟส เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่ได้ชื่อว่าเมืองที่มีตรอกมากที่สุดในโลกถึง 9,400 ตรอก
  •        มาราเกช (Marakesh) หรือ เมืองสีชมพู  ที่มีจัตุรัสอันเป็นกลิ่นอายอาหรับในสมัยโบราณที่ยังคงอยู่
  •        นั่งรถม้า ชมเมืองมาราเกช ชมความงามของเมืองสีชมพูผ่านประสบการณ์หลังรถม้า
  •        นั่งรถ 4 WD ตะลุยทะเลทรายซาฮาร่า สู่เมอร์ซูก้า Merzouga
  •        พักค้างคืนและนอนดูดาวในทะเลทรายซาฮาร่า
  •        ขี่อูฐ เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า ในทะเลทรายซาฮาร่า
  •        พักโรงแรมมาตรฐาน ระดับ 4 ดาว 2 คืน / 5 ดาว 5 คืน โรงแรมมี WIFI

  TOUR CODE :  MC990610YZ

 

กำหนดการเดินทาง ปี 2562
กันยายน วันที่ 19 – 28 กันยายน 2562 ท่านละ 70,900 บาท
ตุลาคม วันที่ 10 – 19 ตุลาคม 2562 / วันที่ 24 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2562 ท่านละ 70,900 บาท
พฤศจิกายน วันที่ 7 – 16 พฤศจิกายน 2562 / วันที่ 21 – 30 พฤศจิกายน 2562 ท่านละ 70,900 บาท
ธันวาคม วันที่ 5 – 14 ธันวาคม 2562 ท่านละ 70,900 บาท
ธันวาคม วันที่ 26 ธันวาคม 2562 – 4 มกราคม 2563 ( ปีใหม่ ) ท่านละ 76,900 บาท

 

 

 วันแรก  กรุงเทพฯ (Bangkok) – อาบู ดาบี (Abu Dhabi)  B-  L-  D-
17.00 น.
 
สมาชิกพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินเอทิฮัท แอร์เวย์ส เคาน์เตอร์ Q ประตูทางเข้าที่ 8 เจ้าหน้าที่ คอยอำนวยความสะดวก และทาการเช็คอิน
20.35 น.

บินสู่อาบูดาบี (Abu Dhabi)  โดยสายการบินอิทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่  EY 401 BKK AUH  2035 – 0010 (7.00 ช.ม)


 

วันที่สอง  อาบู ดาบี (Abu Dhabi) – คาซาบลังกา (Casablanca) – ราบัต(Rabat) – แทนเจียร์ (Tangier)  B-  L1  D1
00.10 น. ถึง สนามบินอาบู ดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ พักเปลี่ยนอิริยาบถและเปลี่ยนเครื่อง 
02.45 น.
 บินต่อ สู่เมืองคาซาบลังกา สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบิน EY 613 0230 AUH CMN 0230 - 0740  บินต่ออีกประมาณ 9.10 ชั่วโมง (รวมเวลาบิน และเปลี่ยนเครื่อง 18.30 ชม.)    
08.35 น.

 
เครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค  (เวลาท้องถิ่นในประเทศโมรอคโค ช้ากว่าประเทศไทย 6 - 7 ช.ม.)  หลังผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่นแล้วเดินทางสู่เมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโค(ระยะทาง 115 กม.เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)    
  นำท่านชม ป้อมอูดายา (Oudayas Fortress) ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ เป็นป้อมที่สเปนสร้างขึ้นเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมรอคโค ด้านในมีสวนดอกไม้แบบสเปน และเป็น เมดิน่า หรือชุมชนชาวเมืองซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า-ขาวบรรยากาศริมทะเลคล้ายเมืองซานโตรินี นับเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สำคัญของโมรอคโคในอดีตใช้ป้องกันข้าศึกจากการรุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและในยุคที่โจรสลัดชุกชุม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ ณ ภัตตาคาร
  นำท่านเดินทางสู่เมืองแทนเจียร์ (Tangier) เป็นเมืองริมชายฝั่ง และเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก และอยู่ทางตอนใต้ของ “ช่องแคบยิบรอลตาร์” ปัจจุบันเมืองท่าแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของโมร็อกโคอีกด้วย นอกจากนี้แล้วเมืองแทนเจียร์ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ อีกทั้งรอบ ๆ ตัวเมืองยังมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม รวมไปถึงหาดทรายและผู้คนที่แสนจะเป็นมิตร ชมวิวช่องแคบยิบรอลต้า ที่คั่นแบ่งระหว่างทวีปยุโรป และ ทวีปแอฟริกา ตามตำนานเล่าว่า เป็นเพราะเทพเฮอร์คิวลิส ที่ต้องการเดินทางผ่านไปยังสุดขอบตะวันตกจึงยกแผ่นหินออกทำให้เกิดช่องแคบยิบรอลต้าขึ้น จากนั้นนำชม แกรนด์ ซัคโค (Grand Socco) หรือที่รู้จักกันว่า "บิ๊กสแควร์" จัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่า หรือย่านเมดินา ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเมืองแทนเจียร์ อีกทั้งยังถือว่าเป็นตลาดหลักของเมืองอีกด้วย    
 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ ที่โรงแรม
  พักที่ โรงแรม CESAR HOTEL (TANGIER)  ระดับ 5 * หรือเทียบเท่า


 

วันที่สาม  แทนเจียร์ (Tangier)– เชฟชาอูน (Chefchaouen)   B1  L2  D2
เช้า รับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพ ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์
  นำท่านเดินทางต่อ สู่ นครสีฟ้า เชฟชาอูน (Chefchaouen) เมืองที่ได้ชื่อว่า “ มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโค “ แม้ว่าโมรอคโคจะเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา แต่เพราะการที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำให้ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนคล้ายตอนใต้ของอิตาลีและ สเปน เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 540 ปี ในอดีตก่อนที่โมรอคโคจะได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมดในปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย อากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองเชฟชาอูนได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว ซึ่งจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนมิรู้ลืม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร    
  นำท่านเดินชมเมืองเชฟชาอูน   เมืองที่ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ ประกอบกับอากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค  ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว แห่งนี้ทีเดียว
 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ที่โรงแรม    
  พักที่ โรงแรม PARADOR HOTEL ระดับ  4* หรือเทียบเท่า


 วันที่สี่  เชฟชาอูน (Chefchaouen)  - เมคเนส (Meknes) -  เฟส (Fes)  B2  L3  D3
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์
  นำท่านออกเดินทางสู่เมือง เมคเนส (Meknes) (ระยะทาง 195 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.)  แวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส  (Roman city of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอย ความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมันแห่งนี้มีความสำคัญยิ่งในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 ผ่านชมเมือง มูเล่ ไอดริส (Moulay Idriss) เมืองโรมันโบราณเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆ ปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาเปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย  เมคเนส (Meknes) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail)  แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty)  ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17  ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านก ป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ  มี กำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู แวะชม ประตูบับมันซู (Bab Mansour  Monumental Gate) เป็นประตูที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสคและกระเบื้องกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร    
  จากนั้นเดินทางสู่ เมืองเฟส (Fes) ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟซึ่งเฟสเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีเสน่ห์อันน่าประทับใจ (ระยะทาง 82 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชม.) เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่มีความความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาตั้งแต่ยุค ศตวรรษ ที่ 8 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโคนำท่านชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่งเป็นพ่อค้าผูกขาดการค้าเกลือแต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา(ประเทศอิสราเอล) คงเหลือประชากรชาวยิวอยู่ไม่มากนัก นำท่านเดินทางเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟสผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 9,4 อย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็ก ๆ ที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่าบางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น แวะชมสุสานของกษัตริย์ มูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยชายชาวมุสลิมจะมาขอพรก่อนการเข้าสุหนัตและหญิงสาวชาวมุสลิมมักจะมาขอพรเพื่อให้ได้บุตร ชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque)ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) ชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณประจำเมืองเฟส (Chouara Tannery) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ เมืองเฟส จึงเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง
นำท่านชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ชมร้านทองเหลือง ซึ่งช่างฝีมือที่ทำทองเหลืองเป็นช่างที่ได้รับการถ่ายทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หลายชั่วอายุคน ในอดีตช่างฝีมือ และ ช่างหัตถกรรมเหล่านี้ได้สร้างสรรค์ผลงานอันวิจิตรงดงามในแคว้น อัล อันดาลูซ ประเทศสเปนเมื่อครั้งที่ชาวโมรอคคันเบอร์เบอร์ปกครองแคว้น อัล อันดาลูซ ของสเปน และชมการผลิตโมเสค (Mosaic) และเครื่องใช้ที่ทำจากเซรามิค ชมกรรมวิธีการทำ ซิลิจ Zeilige ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาแต่ดั้งเดิม  ดังความงามได้ปรากฏจนเป็นที่เลื่องลือกันในประเทศสเปน โดยเฉพาะการปูกระเบื้องโมเสคที่ตัดและจัดลวดลายที่ละชิ้นหรือที่เรียกว่า ซิลลิจ  ได้อย่างลงตัว
 ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ  ที่โรงแรม
   พักที่ โรงแรม PALAIS MEDINA HOTEL ระดับ  5* หรือเทียบเท่า 
    *** คืนนี้ กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้า และของใช้จำเป็น ใส่กระเป๋าเล็ก เพื่อใช้ในการค้างแรมในทะเลทรายซาฮาร่า ในคืนพรุ่งนี้ ***

 

 วันที่ห้า

 เฟส (Fes) – อิเฟรน (Ifrane) - มิเดลท์(Midelt) – แอร์ฟูด์ (Erfoud) –  เมอร์ซูก้า(Merzouga)  B3  L4  D4
 เช้า รับประทานอาหารเช้า เพื่อสุขภาพในโรงแรม-เช็คเอ้าท์  (พร้อมนำสัมภาระสำหรับค้างคืนในทะเลทราย แยกไว้ต่างหาก)     
  นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิเฟรน (Ifrane) (ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) อิเฟรน(Ifrane) เป็นเมืองพักตากอากาศบนความสูงกว่า 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน บ้างก็เรียกเมืองอิเฟรนว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค หรือ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมรอคโค” บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้ และทะเลสาบสวยงาม นำท่านเดินเล่นภายในเมืองและเก็บภาพบรรายากาศอันสวยงามอีกแห่งของโมรอคโค ถ่ายรูปกับอนุสรณ์สิงห์โตหิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนสิงห์โตตัวสุดท้ายที่ถูกล่าจนหมดไปจากเทือกเขาแห่งนี้  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง มิเดลท์ (Midelt)
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร    
  นำท่านเดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) เมืองในทะเลทรายซาฮาร่า (ระยะทาง 268 กม). ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.) ผ่านเมือง เออราชิดิยา (Errachidia)  เมืองที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนของประเทศแอลจีเรีย เดินทางสู่เมืองเอร์ฟูด์ (Erfoud) เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพ่อค้าที่เดินทางมาจากทางตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดานในแอฟริกา นำท่านพร้อมสัมภาระ(ใบเล็ก) เดินทางโดยรถ 4x4 เข้าสู่ทะลทรายซาฮารา เมอร์ซูก้า (Merzouga) (ระยะทาง54 ก.ม. ใช้เวลา 45 นาที) ผ่านภูเขาหิน ที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิล ของหอย และ แมงกะพรุนโบราณ ในอดีต เมื่อประมาณ 350 ล้านปีก่อน  ดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลต่อมาเมื่อแผ่นดินผุดขึ้นมา จึงเกิดซากฟอสซิลขึ้นมากมาย    
 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ที่เมอร์ซูก้า    
  พักที่   เต็นท์ หรือโรงแรม KASBAH TOMBOUCTOU ในเมอร์ซูก้าหรือเทียบเท่า (พักเต็นท์ ในกรณีที่โรงแรมในทะเลทรายเต็ม)
  *** เชิญท่านเพลิดเพลินกับบรรยากาศยามค่ำคืนของทะเลทรายซาฮาร่า และชมดวงดาวบนท้องฟ้า ***
*** ท่านที่ประสงค์จะพักเต็นท์แบบ ลักซูรี่ มีห้องน้ำในตัว (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 50 USD )***
*** กรุณาแจ้งล่วงหน้า เนื่องจากเต็นท์แบบลักซูรี่ มีจำนวนจำกัด***


 วันที่หก  มอร์ซูก้า (Merzouga) - ทินเฮียร์ (Tinerhir) – ทอดร้ากอร์จ(Todra Gorge)- วอซาเซท(Ouarzazate)  B4  L5  D5
 เช้าตรู่ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนำท่านขี่อูฐชมเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินทรายในทะเลทรายซาฮาร่า (ขี่อูฐ ท่านละ 1 ตัว)
  ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เพราะฝนตกน้อยมาก และพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ หากมีสัตว์และพืชพันธุ์ใดที่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมาก เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องหาวิธีในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า  จากสภาพการไร้ฝนและอุณหภูมิที่ร้อนจัดในทะเลทรายมีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเหนือทะเลทราย เกือบเป็นศูนย์ตลอดปี ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ   ได้เวลานำท่านขี่อูฐกลับสู่โรงแรมที่พัก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ในโรงแรม-เช็คเอ้าท์    
  นำคณะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 (4WD) ออกจากทะเลทรายซาฮาร่า มุ่งหน้าสู่เมืองเอร์ฟูด์(Erfoud) เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ช เดินทางสู่เมืองทินเฮียร์ แวะชมโอเอซิส Tinerhir ซึ่งเป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย ที่ยังมีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์ โอเอซิสแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากเมืองวอซาเซท ผ่านหุบเขาดาเดดส์ (Dades) ซึ่งเป็นแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ สวยงาม จากนั้นเดินทางสู่ทอดร้ากอร์จ (Todra Gorge) โกรกธารที่มีโขดผาสูง 985 ฟุต หรือ 300 เมตร ทั้งสองด้านที่เกือบตั้งทำมุมสามเหลี่ยมกับแม่น้ำโทดร้า ถือว่าเป็นโกรกธารและหุบเขาที่สวยที่สุดทางใต้ของโมรอคโค ชมความงดงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส โดยมี ลำน้ำใส ๆ ที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตา สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการเสี่ยงภัย    
 กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน เพื่อสุขภาพ  ณ ภัตตาคาร
  เดินทางสู่เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองที่ถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.– เม.ย.)) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขา แอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว
วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน ก่อนถึงเมืองซอซาเซท แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุหลาบที่เมือง มากูน่า (M’Gouna) (เทศกาลกุหลาบจะจัดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคม)
 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ  ที่โรงแรม    
  พักที่ โรงแรม KARAM PALACE HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า


วันที่เจ็ด  วอซาเซท(Ouarzazate) – มาราเกช (Marakech)  B5  L6  D6
 เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์
  นำชมป้อมทาอูเริท (Kasbah Taourirt) พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) เป็นป้อม ดิน หรือ วังที่สร้างจากดิน ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องหับต่างๆจำนวนมากรวมถึงฮาเร็ม และที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเล็ก
ๆอยู่ภายใน ในห้องต่าง ๆ ยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในป้อมทาอูเริทนี้ในอดีตมีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 
ใน ของอาคารทั้งหมด  จากนั้นเดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่อาคารต่าง ๆสร้างจากดิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้
 กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร    
 บ่าย เดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) โดยข้ามส่วนที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอตลาส ระหว่างทาง แวะถ่ายภาพทิวเขาและภาพถนนที่คดเคี้ยวบนเทือกเขาแอตลาส แวะชมสหกรณ์แม่บ้านเบอร์เบอร์ ซึ่งเป็นแหล่งผิลต น้ำมันอาร์กัน (Argan Oil) ให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาร์กันที่มีเชื่อเสียงอันที่รู้จักไปทั่วโลก จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง มาราเกช (Marakesh) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆที่นำสินค้าจากทางตอนใต้ ไปขายยังยุโรป และ นำสินค้าจากทางเหนือ ผ่านเทือกเขา ไฮแลตลาส ไปยังทะเลทราย ซาฮาร่า ไปยังตอนใต้ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงหลายราชวงส์ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11 ราชวงศ์อัลโมฮัด และ ราชวงศ์ซาเตียน ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้
นำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa El Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน    
 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ  ที่โรงแรม    
  พักที่ โรงแรม KARAM PALACE HOTEL ระดับ 4* หรือเทียบเท่า



 

วันที่แปด

 วอซาเซท(Ouarzazate) – มาราเกช (Marakech)  B6  L7  D7
 เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์
  นำชมป้อมทาอูเริท (Kasbah Taourirt) พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) เป็นป้อม ดิน หรือ วังที่สร้างจากดิน ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องหับต่างๆจำนวนมากรวมถึงฮาเร็ม และที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเล็กๆอยู่ภายใน ในห้องต่าง ๆ ยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในป้อมทาอูเริทนี้ในอดีตมีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด  จากนั้นเดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่อาคารต่าง ๆสร้างจากดิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน เณ ภัตตาคาร    
 บ่าย เดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) โดยข้ามส่วนที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอตลาส ระหว่างทาง แวะถ่ายภาพทิวเขาและภาพถนนที่คดเคี้ยวบนเทือกเขาแอตลาส แวะชมสหกรณ์แม่บ้านเบอร์เบอร์ ซึ่งเป็นแหล่งผิลต น้ำมันอาร์กัน (Argan Oil) ให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาร์กันที่มีเชื่อเสียงอันที่รู้จักไปทั่วโลก จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง มาราเกช (Marakesh) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆที่นำสินค้าจากทางตอนใต้ ไปขายยังยุโรป และ นำสินค้าจากทางเหนือ ผ่านเทือกเขา ไฮแลตลาส ไปยังทะเลทราย ซาฮาร่า ไปยังตอนใต้ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงหลายราชวงส์ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11 ราชวงศ์อัลโมฮัด และ ราชวงศ์ซาเตียน ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้
นำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa El Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน  
 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ เพื่อสุขภาพ
  พักที่ โรงแรม ADAM PARK HOTEL ระดับ  5* หรือเทียบเท่า


 วันที่เก้า  คาซาบลังกา(Casablanca) – อาบูดาบี (Abu Dhabi) – กรุงเทพฯ (Bangkok)  B7  L8  D-
 เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์
  ชมเมืองคาซาบลังก้า ผ่านย่านธุรกิจสำคัญ จัตุรัสสหประชาชาติ ผ่านชมย่านบ้านพักตากอากาศและวิวทิวทัศน์ริมมหาสมุทรแอตแลนติคซึ่งเป็นย่านที่เศรษฐีและผู้มีฐานะทางสังคมนิยมมาอยู่กันรวมถึงกษัตริย์ซาอุดิอารเบียก็มาสร้างพระราชวังไว้ที่เมืองคาซาบลังก้าแห่งนี้พร้อมทั้งมีมัสยิดและหอสมุดส่วนพระองค์  นำท่านชม บริเวณภายนอกของ สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 เป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง สามารถจุผู้คนที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาอิสลามได้ร่วม 80,000 คน โดยแยกเป็นภายในสุเหร่า 25,000 คน  ภายนอกสุเหร่าอีก 55,000 คน  ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว
 กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร    
  นำท่าน เดินทางสูเมืองราบัต  ชมเมืองราบัต เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโค ตั้งแต่ปีค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม จากนั้น ชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง  ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ  ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกา(ปู่) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตูและเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร     
15.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบิน RABAT-SALE AIRPORT   เพื่อเช็คอินเคาน์เตอร์สายการบิน อิทิฮัด EY
19.15 น. บินสู่อาบูดาบี (Abu Dhabi)  โดยสายการบินอิทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ EY 616 CMN AUH 1915-0520 (7.35 ชม.)


 วันที่สิบ อาบูดาบี (Abu Dhabi) -  กรุงเทพฯ (Bangkok)  B-  L-  D-
05.20 น.  ถึงสนามบินอาบู ดาบี , สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์  พักเปลี่ยนอริยาบถและเปลี่ยนเครื่อง
08.55 น. เดินทางต่อสู่เมืองไทย โดยสายการบิน อิทิฮัด แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่  EY 408   AUH BKK 0855 – 1805  (6.15 ชม.)      
18.05 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ     

 

 

 

 ทัวร์ไฮไลท์โมรอคโค 10 วัน 7 คืน โดยอิทิฮัด แอร์เวย์ส (EY)

Tour Healthy Hilight Morocco 10 Dyas 7 Nights by EY
เจาะลึกโมรอคโค สัมผัสดินแดนฟ้าจรดทราย.........นอนดูดาวที่ทะเลทรายซาฮาร่า

บินถึง คาซาบลังก้า (เช้า)– บินออกจาก ราบัต (ค่ำ) เที่ยวได้เต็มที่

TOUR CODE :  MC990610YZ

 

ดูโปรแกรมทัวร์โมรอคโค เพื่อสุขภาพ ท้ั้งหมด คลิก

 

ฟอร์มจองทัวร์  กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างนี้


ชื่อผู้จองทัวร์ :  *
หมายเลขโทรศัพท์ :  *
อีเมล :  *
จองโปรแกรมทัวร์ :  *
เดินทางวันที่ :  *
จำนวนผู้เดินทาง (ผู้ใหญ่) :
จำนวนผู้เดินทาง (เด็กอายุ 2 - 11 ปี) :
สิ่งที่ต้องการเป็นพิเศษ :



ทัวร์โมรอคโค เที่ยวโมรอคโคเจาะลึก กับผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโค

ทัวร์โมรอคโค 12 วัน พัก 5 ดาว โดยผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโค อยู่ดี กินดี เที่ยวสนุก ได้สาระความรู้
ทัวร์โมรอคโค เพื่อสุขภาพ 10 วัน 7 คืน กับผู้ชำนาญทัวร์โมรอคโคแบบเจาะลึก
ทัวร์โมรอคโคเพื่อสุขภาพ 5 ดาว ดีลักซ์ 10 วัน 7 คืน บิน ชั้นธุรกิจ
ทัวร์โมรอคโค คลิปทัวร์โมรอคโค วีดีโอเที่ยวโมรอคโค วีดีโอท่องเที่ยวโมร็อกโก
โรงแรมโมรอคโค ริยาด ทัวร์เจาะลึกโมรอคโค
เมืองมรดกโลกโมรอคโค
ช็อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองโมรอคโค
อาหารโมรอคโค อาหารเพื่อสุขภาพโมรอคโค Healthey Food Morocco
สถานที่ท่องเที่ยว โมร็อคโค
ประวัติศาสตร์โมรอคโคแบบเจาะลึก